เบื้องหลัง‘ทรู’พึ่งศาลฯห้าม AIS PLAYBOX ยิงสดบอลโลก-กสทช.สั่ง‘กกท.’โชว์สัญญาลิขสิทธิ์

เปิดเบื้องหลัง ‘กลุ่มทรู’ พึ่งศาลทรัพย์สินฯสั่งห้าม AIS PLAYBOX ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก เหตุ ‘กสทช.’ มีหนังสือแจ้ง ‘กกท.’ สั่งอนุญาตให้ IPTV ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกได้ พร้อมจี้เปิดสัญญาลิขสิทธิ์บอลโลก ‘ฟีฟ่า-เอกชนรายอื่น’

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง มีคำสั่งห้ามไม่ให้บริษัท ซุปเปอร์ บรอดแบนด์ เน็ทเวอร์ค จำกัด (SBN) ผู้ให้บริการ AIS PLAYBOX แพร่เสียงและแพร่ภาพการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย (FIFA World Cup Final 2022) ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศกาตาร์ อันเป็นการคุ้มครองป้องกันสิทธิของ ‘กลุ่มทรู’ ในฐานะผู้ได้รับสิทธิอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นั้น

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) แถลงการณ์ว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน2565 ที่ผ่านมา นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ (รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช.) ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดที่ สทช. 2305/53355 แจ้งไปยังนายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)

โดยหนังสือฉบับนี้บอกว่า ที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 32/2565 เมื่อวันพุธที่ 23 พฤศจิกายน2565 ได้พินิจแนวทางการดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วๆไป กรณีการถ่ายทอดสดรายการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย (FIFA World Cup Final 2022)

โดยมีมติว่าตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วๆไปฯกำหนดให้ผู้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ที่ให้บริการแก่ผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก หรือผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง

มีหน้าที่จำเป็นจะต้องนำพาสัญญาณของรายการโทรทัศน์ของบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วๆไป ไปออกอากาศให้ผู้รับบริการของตนได้โดยตรงโดยตลอด รวมทั้งกำหนดให้ผู้ให้บริการโทรทัศน์เป็นการทั่วๆไปจำเป็นจะต้องให้บริการโทรทัศน์ตามแผนผังรายการโดยมีรายละเอียดเดียวกันทุกหนทาง

ด้วยเหตุผลดังกล่าว การที่กลุ่มทรูแจ้งให้ผู้ให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เผยแพร่รายการของกิจการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วๆไป ไม่รวมทั้ง IPTV จึงเป็นการตรงข้ามประกาศฯ ข้อ 6 ที่ต้องการให้ออกอากาศผ่านทุกหนทาง

จึงเห็นดีเห็นชอบการแจ้งตอบแนวทางการปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วๆไป ดังต่อไปนี้

1.ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อ 6 ของประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป

2.ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ มีหน้าที่ต้องตรวจสอบ และควบคุมการออกอากาศการให้บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปให้ออกอากาศเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น

3.ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และประกอบกิจการโทรทัศน์ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อ 4 ของประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป

ห้ามถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก

@สั่ง ‘กกท.’ โชว์สัญญา-ข้อตกลงลิขสิทธิ์บอลโลก ‘ฟีฟ่า-เอกชนรายอื่น’  AIS PLAYBOX

กสทช.ยังขอให้ กกท. แจกแจงรายละเอียดของสัญญาการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2022 ที่จัดทำกับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) แล้วก็สัญญาหรือกติกาและข้อตกลงทางลิขสิทธิ์ที่จัดทำขึ้นกับเอกชนรายอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมด้วยขอให้ กกท.ทำงานให้มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกฯ ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติและประกาศหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เกิดความเที่ยงธรรม เท่าเทียม และทั่วถึง

แล้วก็ให้เป็นไปตามจุดประสงค์ ข้อตกลง การส่งเสริมค่าใช้จ่ายสำหรับในการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลโลกที่กำหนดไว้ในบันทึกกติกา (MOU) การรับเงินสนับสนุนอย่างเคร่งครัด

“ในการประชุมบอร์ด กสทช. เมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการเชิญ กกท. กลุ่มทรู และสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลฯ เข้าชี้แจงข้อมูล ซึ่ง กกท.ชี้แจงต่อที่ประชุม โดยยืนยันการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 จะปฏิบัติตามกฎ must carry และ must have ของ กสทช. อย่างเคร่งครัด พร้อมกันนั้น กกท.ยอมรับว่าได้มอบลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฯให้กลุ่มทรูเพื่อแลกกับเงินสนับสนุนจำนวน 300 ล้านบาท

แบ่งเป็น 200 ล้านบาท สำหรับ terrestrial (การถ่ายทอดสดการแข่งขันบนระบบโทรทัศน์ภาคพื้นดิน) และ 100 ล้านบาท สำหรับ PAY TV (บริการโทรทัศน์ที่มีการบอกรับสมาชิก) แต่พอที่ประชุมฯสอบถามถึงสัญญากับกลุ่มทรูว่าเป็นอย่างไร ทาง กกท.บอกยังไม่เสร็จ และยืนยันการให้ว่าเป็นการให้สิทธิ์แบบ exclusive sub licensing (การอนุญาตให้ใช้สิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวจากผู้ได้ลิขสิทธิ์)” แหล่งข่าวจากสำนักงาน กสทช.กล่าวกับสำนักข่าวอิศรา

AIS PLAYBOX

@’กสทช.’ยกคำร้องขอ ‘ทรู วิชั่นส์’ ขอถ่ายทอดสดบอลโลก 64 แมทช์ AIS PLAYBOX

เวลาเดียวกัน นาย ไตรรัตน์ ยังทำหนังสือด่วนที่สุดที่ กทช 2304/53396 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน2565 ถึงกรรมการผู้จัดการบริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือทรู

โดยมีรายละเอียดว่า ตามหนังสือที่ บริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด ฟ้องร้องหวังที่จะขอจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพรได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วๆไป พุทธศักราช2555

เพื่อถ่ายทอดสดรายการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย (FIFA World Cup Final 2022) ครบอีกทั้ง 64 คู่ ผ่านโครงข่ายที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ในระบบดาวเทียม ระบบเคเบิลทีวี และระบบไอพีทีวี ทางช่องรายการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกช่องรายการ True Sport 2 และช่องรายการ True Sport 5

เพราะบริษัทในกลุ่มทรู ซึ่งมี บริษัท ทรู ดิจิตอล กรุ๊ป จำกัด บริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด และบริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด ได้ร่วมให้การสนับสนุนค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด FIFA World Cup Final 2022 แก่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และ กกท. ได้มอบสิทธิการถ่ายทอดและสิทธิประโยชน์ด้านสื่อประชาสัมพันธ์ให้แก่บริษัทในกลุ่มทรู ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น

โดยกำหนดให้มีการกระจายเสียงการถ่ายทอดสดการแข่งขันอีกทั้ง 64 คู่ ให้แก่ผู้รับอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. และจำเป็นจะต้องทำงานตามกฎหมาย ประกาศ หลักเกณฑ์ที่ กสทช. กำหนด ซึ่งการที่ กกท. ได้ทำงานมอบสิทธิให้แก่โทรทัศน์ที่ให้บริการที่เป็นการทั่วๆไปแล้ว

จึงจัดว่า กกท. ซึ่งเป็นผู้รับสิทธิการถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่องหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วๆไป พุทธศักราช2555 แล้ว ด้วยเหตุผลดังกล่าว ที่ประชุมจึงไม่พินิจคำขอร้องของบริษัทฯ

“จากคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯในครั้งนี้ กลุ่มทรูขอชี้แจงว่าจะไม่มีผลกระทบต่อสิทธิในการรับชมฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายของประชาชนทั่วไป คนไทยยังคงสามารถรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายผ่านการให้บริการโทรทัศน์เป็นการทั่วไป (ฟรีทีวี) ได้ตามปกติ รวมทั้งยังสามารถรับชมการแข่งขันได้ทุกแมตช์ผ่านผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก (Pay TV) ในระบบเคเบิ้ลทีวีและทีวีดาวเทียมที่ผ่านการเข้ารหัสสัญญาณตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว” เอกสารข่าวของกลุ่มทรูกำหนด